Civil Engineering CMU

กรอบการประเมินความเสี่ยงสำหรับช่วงก่อนการก่อสร้างของโครงการชลประทานขนาดกลาง

Risk Assessment Framework for Medium Scale Irrigation Project During Pre-construction Phase
ชื่อผู้แต่ง: 
กิตติพร ฉวีสุข
อาจารย์ที่ปรึกษา: 
ผศ.ดร. ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม
ประเภทงานวิจัย: 
การค้นคว้าแบบอิสระ
สาขา: 
วิศวกรรมและการบริหารการก่อสร้าง
ปีการศึกษา: 
2552
บทคัดย่อ: 

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนาเสนอแนวทางการประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment)สาหรับช่วงก่อนการก่อสร้างของโครงการขนาดกลาง และเพื่อนาไปประยุกต์ใช้กับขั้นตอนการเตรียมความพร้อมก่อนการก่อสร้างโครงการชลประทานขนาดกลาง ขั้นตอนการวิจัยประกอบด้วย การระบุความเสี่ยง (Risk Identification) การวิเคราะห์ความเสี่ยง (Risk Analysis) และการประมวลผลความเสี่ยง (Risk Evaluation) การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญจากกรมชลประทานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จานวน 16 คน

การระบุความเสี่ยง (Risk Identification) ที่รวบรวมได้จากผู้เชี่ยวชาญมีทั้งสิ้น 60 ความเสี่ยง โดยแบ่งความเสี่ยงตามขั้นตอนการดาเนินงานของโครงการขนาดกลางได้ 6 ขั้นตอน ได้แก่ (1) การวางโครงการ (2) การส่งเสริมการมีส่วนร่วม (3) การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (4) การออกแบบ (5) การขออนุญาตใช้พื้นที่และการจัดหาที่ดิน และ (6) การดาเนินการประกวดราคา โดยแต่ละขั้นตอนประกอบด้วยความเสี่ยง 10 ประเด็น และแบ่งตามประเภทของความเสี่ยงได้เป็น 7 ประเภท ได้แก่ (1) กลยุทธ์ (2) การปฏิบัติการ (3) การรายงาน (4) การปฏิบัติตามกฎระเบียบ (5) เทคนิค (6) สังคม/วัฒนธรรม/ประเพณี และ (7) การเมือง โดยแต่ละประเภทมีความเสี่ยง จานวน 11, 12, 7, 12, 8, 7 และ 3 ประเด็น ตามลาดับ

การวิเคราะห์ความเสี่ยง (Risk Analysis) ได้ใช้แนวคิดในการวิเคราะห์ 2 แนวทาง คือ (1) การหาคะแนนของความเสี่ยงตามมาตรฐานการบริหารความเสี่ยงของประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ (AS/NZS 4360:2004) โดยเป็นการให้ค่าคะแนนของโอกาสและผลกระทบของแต่ละความเสี่ยง และ (2) การจัดลาดับความสาคัญของความเสี่ยงด้วยวิธีการวิเคราะห์ตามลาดับชั้น (Analytical Hierarchy Process : AHP) โดยเป็นการเปรียบเทียบความสาคัญของความเสี่ยงทีละคู่และจัดลาดับความสาคัญของความเสี่ยงทั้งหมด

ผลการศึกษาที่ได้จากการวิเคราะห์ความเสี่ยงจากทั้งสองแนวทาง มีความแตกต่างกันบ้างไม่สอดคล้องกันอย่างแท้จริงทุกประเด็นความเสี่ยง แต่ยังคงให้ลาดับความสาคัญไปในทานองเดียวกัน ทั้งนี้เนื่องจากแนวคิดแรกการหาคะแนนความเสี่ยง จะแบ่งมุมมองออกเป็น 2 มิติ คือ มิติโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยง กับมิติผลกระทบต่อวัตถุประสงค์ของความสาเร็จโครงการ แล้วนามารวมเป็นคะแนนของความเสี่ยง ทาให้มีมุมมองที่กว้าง แต่จะมองเฉพาะความเสี่ยงประเด็นใดประเด็นหนึ่งเท่านั้น โอกาสจะนาความเสี่ยงประเด็นอื่นเข้ามาร่วมพิจารณาด้วยจะน้อยมาก ซึ่งจะแตกต่างกับแนวคิดที่สองการจัดลาดับความสาคัญ เนื่องจากจะต้องทาการเปรียบเทียบความเสี่ยงทั้งหมดและเปรียบเทียบทีละคู่ ทาให้มองเห็นถึงองค์รวมของความเสี่ยงทั้งหมดและความสาคัญลดหลั่นกันไปรวมทั้งมีการตรวจสอบความสอดคล้องด้วย แต่ก็จะมีข้อด้อยเพราะมองความเสี่ยงเพียงแค่มิติเดียวในภาพรวม

สาหรับการประมวลผลความเสี่ยง (Risk Evaluation) พบว่ามีความเสี่ยงที่อยู่ในระดับสูงมาก (สีแดง) จานวน 8 ประเด็น ระดับสูง (สีส้ม) จานวน 19 ประเด็น ระดับปานกลาง (สีเหลือง) จานวน 23 ประเด็น และระดับต่า (สีเขียว) จานวน 10 ประเด็น ประเด็นความเสี่ยงที่สาคัญที่มีผลกระทบต่อการเตรียมงานก่อนการก่อสร้างโครงการขนาดกลาง จากผลการศึกษาพบว่าเป็นปัจจัยภายนอกที่เกี่ยวข้องกับภาคประชาชนและภาคสังคม ได้แก่ การย้ายถิ่นฐานของราษฎร ประชาชนคัดค้าน ราษฎรไม่ยินยอมให้ใช้ที่ดิน การขาดความเข้าใจด้านสังคมวัฒนธรรมประเพณี และการขาดกลยุทธ์ในการสลายกลุ่มผู้คัดค้าน ดังนั้น การดาเนินงานเปิดโครงการขนาดกลางให้ประสบความสาเร็จ จะต้องมุ่งเน้นปัจจัยหรือมาตรการการจัดการความเสี่ยงทางด้านภาคประชาชนและสังคมเป็นหลัก

บทคัดย่อภาษาอังกฤษ: 

This research designated to illustrate framework for risk assessment concerning a medium scale irrigation project during pre-construction phase. The framework expected to bring about well-prepared project initiation phase. The research progression involves Risk Identification, Risk Analysis, and Risk Evaluation. The information gathered through discussions with sixteen Thai Royal Irrigation Department specialists from the department’ headquarter and regional offices.

Sixty risk identifications informed by the specialists were categorized through six phases of medium scale project progression including; (1) project consideration, (2) people participatory management, (3) environmental impact analysis, (4) structure design, (5) land use approval and acquisition, and (6) bidding process. Each of mentioned progress consists of 10 factors and categorized into 7 types of risk with its totaled factor which are; 11 factors of strategy risk, 12 factors of operation risk, 7 factors of report risk, 12 factors of rule enforcement risk, 8 factors of technical risk, 7 factors of Social/Cultural/Traditional risk, and 3 factors of political risk.

Two of the concepts using for risk analysis are; (1) risk scoring system via Risk Management Guidelines Companion to AS/NZS 4360:2004 risk analyzing concept by mean of assigning likelihood and consequence scores toward each risk, and (2) Analytical Hierarchy Process: AHP risk analyzing concept by mean of prioritizing risk significance in pairwise comparison manner.

The risk analysis results through applications of both concepts indicate no actual relationship among studied risk factors which conversely convey the same trend of Risk Prioritizations. The first concept contains 2 matrixes which are probability of risk occurrence, and consequences of project-objective achievement. The risk score specified by these 2 matrixes envisioned such broadly range of possible results which should be narrowed down by using individual risk factor for analysis instead of combining factors analysis. On the other hand, the second concept yields more recognizable result because the concept compares each factor one by one through the relation prioritization process. However, the downside of risk prioritizations is only one matrix could be accounted for the whole outcome.

The last results from Risk Evaluation indicate 8 of very high level risk (red alert), 19 of high level risk (orange alert), 23 of medium level risk (yellow alert), and 10 of low level risk (green). This research outcome point out the significant impact factors for medium scale irrigation project initiation phrase is “external factors involving local communities and social” such as; relocation, community opposition, no land use approval and acquisition, lack of social/cultural/traditional understanding, and no proper strategy to cope with community opposition. In conclusion, the success of medium scale project establishment certainly needed scheme, which concern local communities and social risk management as the project’ first priority.