Civil Engineering CMU

การศึกษาคุณสมบัติของมอร์ต้าร์ สำหรับงานซ่อมแซมแบบปะโดยใช้แมกนีเซียมฟอสเฟต

Properties of Mortar for Patching repair by using Magnesium Phosphate
ชื่อผู้แต่ง: 
นายปิยะพงศ์ ต๊ะคำ
ชื่อผู้แต่ง: 
นายสืบพงศ์ สุจา
อาจารย์ที่ปรึกษา: 
รศ.ดร. ปิติวัฒน์ วัฒนชัย
ประเภทงานวิจัย: 
โครงงานทางวิศวกรรมศาสตร์
สาขา: 
วิศวกรรมโครงสร้าง
ปีการศึกษา: 
2553
บทคัดย่อ: 

 

โครงการวิจัยนี้เสนออัตราส่วนที่เหมาะสมที่สุดของ ร้อยละของการแทนที่ปูนซีเมนต์ด้วยแมกนีเซียมออกไซด์กับอัตราส่วนแมกนีเซียมออกไซด์ต่อโมโนแอมโมเนียมฟอสเฟต ที่จะใช้นำมาทำเป็นซีเมนต์มอร์ต้าร์ที่ใช้ในการซ่อมแซมแบบปะ รวมทั้งค่าคุณสมบัติการรับแรงอัด การรับแรงยึดเหนี่ยว ค่าการยึดหดตัวรวมทั้งความสามารถในการก่อตัวของซีเมนต์มอร์ต้าร์ที่ผสมแมกนีเซียมฟอสเฟต

ขั้นตอนในการทำวิจัยมีดังนี้ กำหนดค่า ร้อยละของการแทนที่ปูนซีเมนต์ด้วยแมกนีเซียมออกไซด์ที่10,20และ30% กำหนดอัตราส่วนแมกนีเซียมออกไซด์ต่อโมโนแอมโมเนียมฟอสเฟตเท่ากับ 4,8 และ 12 นำก้อนตัวอย่างมาทดสอบหาค่ากำลังอัด กำลังยึดเหนี่ยว การยืดหดตัว ค่าการไหลแผ่ และระเวลาในการก่อตัว ที่ระยะเวลาของการบ่มที่1,3,7,14และ 28วันตามลำดับ นำข้อมูลไปพล็อตกราฟค่าต่างๆกับระยะเวลาของการบ่มแล้วเลือกกำหนดค่า ร้อยละของการแทนที่ปูนซีเมนต์ด้วยแมกนีเซียมออกไซด์กับอัตราส่วนแมกนีเซียมออกไซด์ต่อโมโนแอมโมเนียมฟอสเฟตที่ให้คุณสมบัติต่างๆสมดุลกัน แล้วนำมาพล็อตกราฟเปรียบเทียบคุณสมบัติทั้งหมดอีกครั้งเพื่อหาจุดที่มีความสมดุลกันมากที่สุดระหว่าง ร้อยละของการแทนที่ปูนซีเมนต์ด้วยแมกนีเซียมออกไซด์กับอัตราส่วนแมกนีเซียมออกไซด์ต่อโมโนแอมโมเนียมฟอสเฟตผลการทดสอบได้ค่าที่เหมาะสมที่สุดคือ ร้อยละของการแทนที่ปูนซีเมนต์ด้วยแมกนีเซียมออกไซด์ที่ 10%กับ อัตราส่วนแมกนีเซียมออกไซด์ต่อโมโนแอมโมเนียมฟอสเฟตเท่ากับ 8 โดยให้คุณสมบัติดังนี้

  1. กำลังรับแรงอัดที่ระยะเวลาการบ่มที่1 , 3 , 7 , 14 และ 28 วันมีค่าเท่ากับ 21.17,35.49, 39.96, 40.74, 54.55 MPa ตามลำดับ
  2. กำลังรับแรงยึดเหนี่ยวที่ระยะเวลาการบ่มที่ 1, 3 , 7 , 14 และ 28  วันมีค่าเท่ากับ 0.96, 0.84, 0.80 1.11, 2.01 MPa ตามลำดับ
  3. ค่าการยืด-หดตัวแบบแห้งที่ระยะเวลาการบ่มที่ 28 วันมีค่าอยู่ที  798.312 µε
  4. ระยะเวลาการก่อตัวอยู่ในช่วง 30-60 นาที
  5. ค่าการไหลแผ่อยู่ที่ 125.39 %